BIGFISH ENTERPRISE LIMITED
27 March 2025

แนวทางป้องกัน Cybersecurity ในยุค Industry 5.0

Industry 5.0 เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI, IoT, Automation และ Edge Computing ซึ่งนำมาซึ่ง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับใช้แนวทางป้องกันที่ครอบคลุมและทันสมัย

 

10 แนวทางป้องกัน Cybersecurity ใน Industry 5.0

  1. ใช้ Zero Trust Security Model
  • หลักการ “Never Trust, Always Verify” – ไม่ให้สิทธิ์เข้าถึงใครโดยอัตโนมัติ
  • ใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) และ Least Privilege Access Control (LPAC)
  • ตรวจสอบและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเครือข่าย, IoT, และ Cloud Applications อย่างเข้มงวด

  1. ปกป้องระบบด้วย AI-Driven Cybersecurity
  • ใช้ AI และ Machine Learning (ML) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • ใช้ Extended Detection & Response (XDR) และ Security Information & Event Management (SIEM)
  • ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ด้วย Autonomous SOC (Security Operation Center)

  1. เพิ่มความปลอดภัยให้ IoT และ Edge Computing
  • ใช้ Hardware-based Security (TPM, Secure Enclave) เพื่อป้องกันอุปกรณ์ IoT
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์และแพตช์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ Network Segmentation แยก IoT ออกจากเครือข่ายหลัก

  1. ป้องกันภัยคุกคามจาก Quantum Computing
  • เตรียมใช้ Post-Quantum Cryptography (PQC) เพื่อป้องกันการถอดรหัส
  • ใช้ Quantum Random Number Generators (QRNG) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของการเข้ารหัสข้อมูล
  • ตรวจสอบและอัปเกรด Public Key Infrastructure (PKI) ให้รองรับอัลกอริธึมที่แข็งแกร่งขึ้น

  1. ใช้ Cyber-Physical Security สำหรับโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)
  • แยกโครงสร้างพื้นฐาน IT และ OT (Operational Technology) ออกจากกัน
  • ติดตั้ง Intrusion Detection Systems (IDS) และ Intrusion Prevention Systems (IPS) สำหรับอุปกรณ์ ICS
  • ตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึง SCADA Systems และ Industrial IoT (IIoT)

  1. ป้องกัน Ransomware และ Data Breaches
  • ใช้ Immutable Backups (Backup ที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้)
  • ปรับใช้ Endpoint Detection and Response (EDR) เพื่อตรวจจับการโจมตีแบบเรียลไทม์
  • ฝึกอบรมพนักงานให้รู้จัก Phishing Attacks และ Social Engineering

  1. ใช้ Blockchain และ Decentralized Identity
  • ใช้ Decentralized Identity (DID) เพื่อลดการพึ่งพาระบบรหัสผ่าน
  • ใช้ Blockchain เพื่อตรวจสอบ Software Bill of Materials (SBOM) และลดความเสี่ยงจากซัพพลายเชน
  • ป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลด้วย Distributed Ledger Technology (DLT)

  1. ใช้ Privacy-Enhancing Technologies (PETs)
  • ใช้ Confidential Computing เพื่อปกป้องข้อมูลขณะประมวลผล
  • ใช้ Federated Learning แทนการแชร์ข้อมูลจริงระหว่างองค์กร
  • ปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัว เช่น GDPR, CCPA, PDPA

  1. พัฒนาระบบ Cybersecurity ที่สามารถรักษาตัวเองได้ (Self-Healing Security)
  • ใช้ Autonomous Security Systems ที่สามารถตรวจจับและแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ
  • ใช้ Self-Healing Networks เพื่อลด Downtime เมื่อถูกโจมตี
  • ใช้ AI-Based Penetration Testing ตรวจสอบช่องโหว่แบบอัตโนมัติ

  1. สร้างวัฒนธรรม Cybersecurity และการฝึกอบรมพนักงาน
  • ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับ Cyber Hygiene และ Social Engineering
  • ใช้ Security Awareness Training Platforms เพื่อให้พนักงานพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม
  • สร้าง Incident Response Plan (IRP) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว