BIGFISH ENTERPRISE LIMITED
01 April 2025

"Data Safe from Disaster: วิธีปกป้องข้อมูลเมื่อแผ่นดินไหวมาเยือน"
การรับมือแผ่นดินไหวในด้าน Cybersecurity เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ต่อไปนี้คือแนวทางสำคัญในการดูแลระบบด้าน Cybersecurity เมื่อเกิดแผ่นดินไหว

  1. การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

    สำรองข้อมูล (Backup Data) เป็นประจำ
    • ใช้ระบบ Off-site Backup หรือ Cloud Storage เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
    • ทดสอบการกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery Test) อย่างสม่ำเสมอ

    ใช้ Data Center ที่มีมาตรฐานป้องกันภัยพิบัติ
    • ตรวจสอบว่า ศูนย์ข้อมูล (Data Center) มีระบบป้องกันแผ่นดินไหว
    • กระจายเซิร์ฟเวอร์ไปยังหลายพื้นที่ (Geo-redundancy)

    จัดทำแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
    • กำหนด ขั้นตอนการรับมือ หากโครงสร้างพื้นฐานล่ม
    • มีทีม Cybersecurity และ IT ที่พร้อมดำเนินการ

  2. การป้องกันระบบเครือข่ายและอุปกรณ์

    เตรียมแหล่งพลังงานสำรอง (UPS & Generator)
    • ใช้ UPS (Uninterruptible Power Supply) สำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์สำคัญ
    • ตรวจสอบระบบไฟสำรองให้สามารถทำงานได้นานพอสำหรับการกู้คืนระบบ

    ใช้เครือข่ายสำรอง (Redundant Network Connections)
    • มีระบบ Failover Network ในกรณีที่โครงข่ายหลักล่ม
    • ใช้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมากกว่าหนึ่งราย (Multi-ISP)

    ปกป้องอุปกรณ์ Endpoint
    • ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของพนักงานมี VPN และ Endpoint Protection
    • ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

  3. การรับมือระหว่างเกิดแผ่นดินไหว

    รักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์และ Data Center
    • ปิดระบบที่ไม่จำเป็นเพื่อลดความเสียหายจากไฟกระชาก
    • ตรวจสอบสถานะของฮาร์ดแวร์และเครือข่ายหลังเกิดแผ่นดินไหว

    ติดต่อทีม IT และ Cybersecurity ทันที
    • ตรวจสอบว่าไม่มีการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงเวลาที่ระบบไม่เสถียร
    • เฝ้าระวังการโจมตีประเภท Phishing หรือ Ransomware ที่อาจเกิดขึ้น

    แจ้งเตือนพนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน Cybersecurity
    • เตือนให้ระวังอีเมลหลอกลวงที่อาจใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นข้ออ้าง
    • ให้พนักงานใช้ VPN และ MFA (Multi-Factor Authentication) สำหรับการเข้าถึงระบบจากระยะไกล

  4. การฟื้นฟูระบบหลังแผ่นดินไหว

    ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน
    • ตรวจสอบว่าไม่มีข้อมูลสูญหายหรือถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • ใช้ Intrusion Detection System (IDS) และ SIEM เพื่อตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติ

    วิเคราะห์ช่องโหว่และอัปเดตมาตรการป้องกัน
    • ทบทวน Incident Report และปรับปรุงแผนการป้องกันภัยพิบัติ
    • อัปเดต Security Patch และ Firmware ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ

    ทดสอบระบบก่อนกลับมาใช้งานเต็มรูปแบบ
    • ทดสอบระบบเครือข่าย, Server, และ Application เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ปกติ
    • ให้พนักงานลองเข้าระบบภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดก่อนเปิดใช้งานเต็มที่

  5. การเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์หลังเหตุการณ์

    เฝ้าติดตามกิจกรรมที่ผิดปกติ (Threat Monitoring)
    • ตรวจสอบการเข้าถึงระบบอย่างละเอียด
    • ตรวจดูว่ามีความพยายามโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงระบบกลับมาออนไลน์หรือไม่

    อัปเดตพนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์
    • จัดอบรมให้พนักงานรู้วิธีแยกแยะ Social Engineering Attacks
    • แจ้งเตือนเกี่ยวกับอีเมลหลอกลวงที่อ้างว่าเป็นองค์กรช่วยเหลือ

    ปรับปรุงแผน BCP (Business Continuity Plan)
    • ใช้บทเรียนจากเหตุการณ์จริงเพื่อทำให้แผน Cybersecurity แข็งแกร่งขึ้น
    • จัดทำ Tabletop Exercise เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุเป็นระยะ

การรับมือแผ่นดินไหวในด้าน Cybersecurity ต้องครอบคลุมทั้ง ก่อนเกิดเหตุ, ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อปกป้องข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรให้มั่นคงที่สุด

จุดสำคัญคือ
- สำรองข้อมูล และทดสอบการกู้คืน
- ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับภัยพิบัติ
- เฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ขณะระบบไม่เสถียร
- อัปเดตและปรับปรุงแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง

องค์กรที่เตรียมความพร้อมด้าน Cybersecurity อย่างดี จะสามารถฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น