"Data Safe from Disaster: วิธีปกป้องข้อมูลเมื่อแผ่นดินไหวมาเยือน"
การรับมือแผ่นดินไหวในด้าน Cybersecurity เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ต่อไปนี้คือแนวทางสำคัญในการดูแลระบบด้าน Cybersecurity เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
- การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
สำรองข้อมูล (Backup Data) เป็นประจำ
• ใช้ระบบ Off-site Backup หรือ Cloud Storage เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
• ทดสอบการกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery Test) อย่างสม่ำเสมอ
ใช้ Data Center ที่มีมาตรฐานป้องกันภัยพิบัติ
• ตรวจสอบว่า ศูนย์ข้อมูล (Data Center) มีระบบป้องกันแผ่นดินไหว
• กระจายเซิร์ฟเวอร์ไปยังหลายพื้นที่ (Geo-redundancy)
จัดทำแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (Incident Response Plan)
• กำหนด ขั้นตอนการรับมือ หากโครงสร้างพื้นฐานล่ม
• มีทีม Cybersecurity และ IT ที่พร้อมดำเนินการ
- การป้องกันระบบเครือข่ายและอุปกรณ์
เตรียมแหล่งพลังงานสำรอง (UPS & Generator)
• ใช้ UPS (Uninterruptible Power Supply) สำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์สำคัญ
• ตรวจสอบระบบไฟสำรองให้สามารถทำงานได้นานพอสำหรับการกู้คืนระบบ
ใช้เครือข่ายสำรอง (Redundant Network Connections)
• มีระบบ Failover Network ในกรณีที่โครงข่ายหลักล่ม
• ใช้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมากกว่าหนึ่งราย (Multi-ISP)
ปกป้องอุปกรณ์ Endpoint
• ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของพนักงานมี VPN และ Endpoint Protection
• ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล
- การรับมือระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
รักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์และ Data Center
• ปิดระบบที่ไม่จำเป็นเพื่อลดความเสียหายจากไฟกระชาก
• ตรวจสอบสถานะของฮาร์ดแวร์และเครือข่ายหลังเกิดแผ่นดินไหว
ติดต่อทีม IT และ Cybersecurity ทันที
• ตรวจสอบว่าไม่มีการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงเวลาที่ระบบไม่เสถียร
• เฝ้าระวังการโจมตีประเภท Phishing หรือ Ransomware ที่อาจเกิดขึ้น
แจ้งเตือนพนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน Cybersecurity
• เตือนให้ระวังอีเมลหลอกลวงที่อาจใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นข้ออ้าง
• ให้พนักงานใช้ VPN และ MFA (Multi-Factor Authentication) สำหรับการเข้าถึงระบบจากระยะไกล
- การฟื้นฟูระบบหลังแผ่นดินไหว
ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน
• ตรวจสอบว่าไม่มีข้อมูลสูญหายหรือถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต
• ใช้ Intrusion Detection System (IDS) และ SIEM เพื่อตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติ
วิเคราะห์ช่องโหว่และอัปเดตมาตรการป้องกัน
• ทบทวน Incident Report และปรับปรุงแผนการป้องกันภัยพิบัติ
• อัปเดต Security Patch และ Firmware ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ
ทดสอบระบบก่อนกลับมาใช้งานเต็มรูปแบบ
• ทดสอบระบบเครือข่าย, Server, และ Application เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ปกติ
• ให้พนักงานลองเข้าระบบภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดก่อนเปิดใช้งานเต็มที่
- การเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์หลังเหตุการณ์
เฝ้าติดตามกิจกรรมที่ผิดปกติ (Threat Monitoring)
• ตรวจสอบการเข้าถึงระบบอย่างละเอียด
• ตรวจดูว่ามีความพยายามโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงระบบกลับมาออนไลน์หรือไม่
อัปเดตพนักงานเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์
• จัดอบรมให้พนักงานรู้วิธีแยกแยะ Social Engineering Attacks
• แจ้งเตือนเกี่ยวกับอีเมลหลอกลวงที่อ้างว่าเป็นองค์กรช่วยเหลือ
ปรับปรุงแผน BCP (Business Continuity Plan)
• ใช้บทเรียนจากเหตุการณ์จริงเพื่อทำให้แผน Cybersecurity แข็งแกร่งขึ้น
• จัดทำ Tabletop Exercise เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุเป็นระยะ
การรับมือแผ่นดินไหวในด้าน Cybersecurity ต้องครอบคลุมทั้ง ก่อนเกิดเหตุ, ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อปกป้องข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรให้มั่นคงที่สุด
จุดสำคัญคือ
- สำรองข้อมูล และทดสอบการกู้คืน
- ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับภัยพิบัติ
- เฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ขณะระบบไม่เสถียร
- อัปเดตและปรับปรุงแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง
องค์กรที่เตรียมความพร้อมด้าน Cybersecurity อย่างดี จะสามารถฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น